Hotline : 085-1676111


รับปลูกยางพาราและดูแลสวนยางพารา เหมาะสำหรับท่านที่ไม่มีเวลา




      หากท่านกำลังคิดจะปลูกยางพารา โปรดไว้วางใจเรา เรารับปลูกยางพารา โดยมืออาชีพจากภาพใต้ด้วยประสบการณ์คนใต้เราคือมืออาชีพจากแดนใต้รับปลูกยาง ราคาทุกอย่าง(ค่าต้นยาง ค่าขุดหลุม ค่าแรง ค่าไม้หม๊อบ ฯลฯ)เราคุยกันได้

      ที่ผ่านมาการปลูกยางพาราในประเทศไทย เป็นการปลูกในรูปแบบสวนยางพารา โดยมีน้ำ ยางพาราเป็นผลผลิตหลัก และเป็นตัวสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง ขณะที่ไม้ยางพารา จะมีบทบาทในการสร้างรายได้ให้กับชาวสวนยางน้อยมาก เนื่องจากเป็นผลผลิตที่จะเกิดขึ้นก็ ต่อเมื่อสวนยางพาราสวนนั้น มีอายุประมาณ 23 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวสวนจะต้องทำการตัด โค่นเพื่อปลูกใหม่ เนื่องเพราะต้นยางในสวนยางแห่งนั้น ไม่สามารถให้น้ำยางในปริมาณที่มีผล คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

   นับตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิต และส่งออก ยางพาราเป็นอันดับ 1 ของโลก จากการสำรวจ เมื่อปี 2537 พบว่า มีพื้นที่ปลูกยางพารา ประมาณ 11.9 ล้านไร่ ผลิตยางได้ 1.72 ล้านตัน

พันธุ์ยางที่แนะนำสำหรับเกษตรกร
พันธุ์ยางที่แนะนำสำหรับเกษตรกรทั่วไป

สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้ออกคำแนะนำพันธุ์ยางปี 2536 สำหรับเกษตรกรทั่วไปไว้ดังนี้
   พันธุ์ยางชั้น 1 ได้แก่ ยางพันธุ์ดีแนะนำให้เกษตรกรปลูกโดยไม่จำกัดพื้นที่ปลูก
   พันธุ์ยางชั้น 2 ได้แก่ ยางพันธุ์ดี แนะนำให้เกษตรกรปลูกโดยจำกัดพื้นที่ปลูก ปลูกได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของพื้นที่ปลูกยางที่ถือครองแต่ละพันธุ์ควรปลูกไม่น้อยกว่า 7 ไร่
   พันธุ์ยางชั้น 3 ได้แก่ ยางพันธุ์ดี แนะนำให้เกษตรกรปลูกโดยกำจัดพื้นที่ปลูก ปลูกได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นที่ปลูกยางที่ถือครองแต่ละพันธุ์ควรปลูกไม่น้อยกว่า 7 ไร่
พันธุ์ยางที่แนะนำให้ปลูกในแหล่งปลูกยางเดิม (ภาคใต้และภาคตะวันออก)
   
   พันธุ์ยางชั้น 1 BPM 24, สงขลา 36 2/, RRIM 600, GT 1, PR 255, PR 261
   พันธุ์ยางชั้น 2 PB 217, RRIC 110, RRIC 100, PB 260, PB 255, PB 235
   พันธุ์ยางชั้น 3 KRS 251, PR 305, PR 302, RRIC 101, BPM 1, RRIM 712, KRS 250, KRS 226, KRS 225, KRS 218, PB 311, RRIC 121
พันธุ์ยางที่แนะนำให้ปลูกในแหล่งปลูกยางใหม่ (ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
   
   พันธุ์ยางชั้น 1 RRIM 600, GT 1, สงขลา 36, BPM 24, PR 255
   พันธุ์ยางชั้น 2 PB 235, PB 260